จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพชรนาคา, ผลิตภัณฑ์น้ำมันฟักข้าวสกัดเข้มข้น VINAGA-DHA, สมุนไพรพัฒน์นรี ฯลฯ และเวปไซต์นี้ได้รับการรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

 Search

  

 สมุนไพรเพชรนาคา
 กระชายดำแคปซูล
 กระเทียมแคปซูล
 กวาวเครือขาวแคปซูล
 กวาวเครือแดงแคปซูล
 กษัยเส้นแคปซูล
 
แก่นตะวันแคปซูล
 
ขมิ้นชันแคปซูล
 ใบแป๊ะก๊วยแคปซูล
 ใบมะรุมแคปซูล
 ปลาไหลเผือกแคปซูล
 
ปอกะบิด (ฝัก)
 
ปอกะบิดแคปซูล
 
ชาปอกะบิด
 
พลูคาวแคปซูล
 เพชรสังฆาตแคปซูล
 มะระขี้นกแคปซูล
 รากสามสิบแคปซูล
 
รากสามสิบ (อบแห้ง)
 
รางจืดแคปซูล
 ว่านชักมดลูกแคปซูล
 
ว่านชักมดลูกเพชรเลดี้
 
สลิมมิ่งเฮิร์บแคปซูล
 
หมามุ่ยแคปซูล
 
เห็ดหลินจือแคปซูล
 
ฮว่านง็อกแคปซูล
 น้ำมันเหลืองสมุนไพร(S)
 
น้ำมันเหลืองสมุนไพร(M)
 
น้ำมันเหลืองสมุนไพร(L)
 สมุนไพรไม้หอม
 ยาหม่องไพล
 ยาหม่องผสมพญายอ

 


 ผลิตภัณฑ์ฟักข้าว
 VINAGA-DHAน้ำมันฟักข้าว


 ครีมลำไย
 ครีมลำไย


 เครื่องดื่มสมุนไพรโพธิ์ทอง
 เห็ดหลินจือผง(พรีเมี่ยม) 
 เครื่องดื่มขิงผง
 เครื่องดื่มเก๊กฮวยผง
 เครื่องดื่มดอกคำฝอยผง
 เครื่องดื่มมะตูมผง


 Facebook แฟนเพจ

เพิ่มเพื่อน

         


 ตรวจสอบสถานะสิ่งของ


 Side
 สถิติวันนี้ 221 คน
 สถิติเมื่อวาน 409 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
9079 คน
9079 คน
1314359 คน
เริ่มเมื่อ 2012-09-26

 

 ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ bookmuey (บุ๊คเหมย) เว็บไซต์ที่จำหน่าย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย (Herb)
ภายใต้ชื่อ
สมุนไพรเพชรนาคา, เห็ดหลินจือผงตราโพธิ์ทอง,  
VINAGA น้ำมันฟักข้าวสกัดเข้มข้นผสม DHA
และผลิตภัณฑ์คุณภาพอีกหลากหลาย
ซึ่งเราได้คัดสรรแต่สินค้าที่ดี มีคุณภาพ
ปลอดภัย ไม่มีสเตียรอยด์ (Steroid)
เพื่อให้ท่านได้เลือกใช้อย่างมั่นใจในคุณภาพของสินค้า สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ค่ะ


สรรพคุณสมุนไพรเถาวัลย์เปรียง

สรรพคุณเถาวัลย์เปรียง

 
ชื่อสมุนไพร :  เถาวัลย์เปรียง
ชื่อสามัญ (ชื่อภาษาอังกฤษ) :  Jewel Vine
ชื่ออื่น :  เครือตาปลา เครือไหล (เชียงใหม่), เครือตับปลา (เลย), เถาตาปลา เครือเขาหนัง ย่านเหมาะ (นครราชสีมา), พานไสน (ชุมพร), เครือตาป่า เครือตับปลา เครือเขาหนัง เครือตาปลาโคก (หากเกิดบนบก) เครือตาปลาน้ำ (หากเกิดในที่ลุ่ม) (ภาคอีสาน), เถาวัลย์เปรียงขาว เถาวัลย์เปรียงแดง (ภาคกลาง), ย่านเหมาะ ย่านเมราะ (ภาคใต้)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 
Derris scandens Benth. หรือ Derris scandens (Roxb.) Benth.
ชื่อวงศ์ :  Leguminosae-Papillionoidae
ส่วนที่ใช้ :  เถา ราก
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : 

     * ต้นเถาวัลย์เปรียง จัดเป็นไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่ สามารถเลื้อยไปได้ไกลถึง 20 เมตร มีกิ่งเหนียวและทนทาน กิ่งแตกเถายืดยาวอย่างรวดเร็ว เถามักเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ เถาแก่มีเนื้อไม้แข็ง เปลือกเถาเรียบและเหนียว เป็นสีน้ำตาลเข้มอมสีดำหรือแดง เถาใหญ่มักจะบิด เนื้อไม้เป็นสีออกน้ำตาลอ่อนๆ มีวงเป็นสีน้ำตาลไหม้ คล้ายกับเถาต้นแดง (เนื้อไม้มีรสเฝื่อนและเอียน) ตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดหรือวิธีการแยกไหลใต้ดิน ชอบอากาศเย็นแต่แสงแดดจัด ทนความแห้งแล้งได้ดี หากปลูกในที่แล้งจะออกดอกดก แต่จะมีขนาดเล็กกว่าปลูกในที่ชุ่มชื้น พรรณไม้ชนิดนี้มักขึ้นเองตามชายป่าและที่โล่งทั่วไป เป็นพรรณไม้ที่มีมากที่สุดในประเทศไทยและใช้กันทุกจังหวัด
     * ใบเถาวัลย์เปรียง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับกัน มีใบย่อย 4-8 ใบ ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปรี ปลายใบเป็นรูปหอก โคนใบมน ขอบใบเรียบ ใบย่อยมีขนาดกว้างประมาณ 1-1.25 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-5 เซนติเมตร หลังใบเรียบเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบเรียบ
     * ดอกเถาวัลย์เปรียง ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ช่อดอกเป็นสีขาวห้อยลง ดอกเป็นสีขาวอมสีม่วงอ่อนคล้ายกับดอกถั่ว กลีบดอกมี 4 กลีบ และมีขนาดไม่เท่ากัน สวนกลีบเลี้ยงดอกมีลักษณะเป็นรูปถ้วย สีม่วงแดง
     * ผลเถาวัลย์เปรียง ออกผลเป็นฝักแบน โคนฝักและปลายฝักมน ฝักเมื่อแก่เป็นสีน้ำตาลอ่อน ภายในฝักมีเมล็ดประมาณ 1-4 เมล็ด

 สรรพคุณเถาวัลย์เปรียง

     ตำรายาไทย: 
    เถาเป็นยาแก้กระษัย แก้เส้นเอ็นขาด ทำให้เส้นอ่อน และหย่อนดี ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ เถาหั่นตาหแห้งคั่วไฟ ชงน้ำดื่่มแทนชา ใช้แก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ถ้าใช้ดองเหล้าจะเป็น ยาขับระดู นอกจากนี้ ยังนำมาใช้เป็นส่วนประกอบยาอายุวัฒนะ เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

     ตำรายาพื้นบ้าน: ใช้เถา ขับปัสสาวะ แก้บิด แก้หวัด ใช้เถาคั่วไฟให้หอมชงน้ำกินแก้ปวดเมื่อย แก้เส้นเอ็นพิการ แก้เมื่อยขบในร่างกาย แก้กระษัยเหน็บชา ต้มรับประทานถ่ายเส้น ถ่ายกระษัย แก้เส้นเอ็นขอด ถ่ายเสมหะ ไม่ถ่ายอุจจาระ เหมาะที่จะใช้ในโรคบิด ไอ หวัด ใช้ในเด็กได้ดี แก้ปวด แก้ไข้ ทำให้เส้นเอ็นอ่อนลง ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ บางตำรากล่าวว่าทำให้มีกำลังดีแข็งแรงสู้ไม่ถอย

     เป็นสมุนไพรที่มีการนำมาใช้ในสูตรยาอบสมุนไพรเพื่อสุขภาพ โดยใช้เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมจากสูตรยาอบสมุนไพรหลัก เมื่อต้องการอบเพื่อรักษาอาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว เป็นต้น


         1. เถาของเถาวัลย์เปรียงใช้ต้มรับประทานเป็นยาถ่ายกระษัย แก้กระษัย 
         2. รากเถาวัลย์เปรียงมีรสเฝื่อนเมา ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ
         3. รากเถาวัลย์เปรียงใช้เป็นยารักษาอาการไข้
         4. เถาช่วยแก้หวัด แก้ไอ 
         5. เถาใช้ต้มรับประทานเป็นยาถ่ายเสมหะลงสู่ทวารหนัก แก้เสมหะพิการ โดยไม่ทำให้ถ่ายอุจจาระจึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคบิด โรคหวัด โรคไอ และใช้ได้ดีในเด็ก  
         6. เถาของเถาวัลย์เปรียงช่วยแก้บิด
         7. เถา และราก ใช้ต้มรับประทานเป็นยาขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะผิดปกติ แก้ปัสสาวะกระปริบกะปรอย และยังมีข้อมูลระบุว่าการใช้สมุนไพรชนิดนี้จะทำให้ปัสสาวะได้บ่อยกว่าปกติ จึงอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคต่อมลูกหมากโตด้วย
         8. เถาใช้ดองกับเหล้าเป็นยาขับระดูของสตรี
         9. เถาของเถาวัลย์เปรียงเป็นยารักษาอาการตกขาวของสตรี 
       10. เถามีสรรพคุณในการบีบมดลูก
       11. ช่วยขับโลหิตเสียของสตรี ด้วยการใช้เถาวัลย์เปรียงทั้งห้าแบบสดๆ นำมาต้มกับน้ำ แล้วนำน้ำที่ได้มาใช้ดื่มต่างน้ำ
       12. เถาของเถาวัลย์เปรียงช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่ ด้วยการใช้เถาสดนำมาทุบให้ยุ่ย แล้ววางทาบลงบนหน้าท้อง แล้วนำหม้อเกลือที่ร้อนมานาบลงไปบนเถาวัลย์เปรียง จะช่วยทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้น
       13. เถาของเถาวัลย์เปรียงเป็นยาบำรุงกำลัง ทำให้มีกำลังดีแข็งแรงสู้ไม่ถอย

ต้นเถาวัลย์เปรียง
ต้นเถาวัลย์เปรียง

         14. เถามีรสเฝื่อนเอียดใช้ต้มรับประทานเป็นยาถ่ายเส้น ทำให้เส้นเอ็นอ่อนและหย่อนดี ช่วยรักษาเส้นเอ็นขอด เส้นเอ็นพิการ แก้อาการปวด ปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว ปวดข้อ ข้ออักเสบ ช่วยรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม แก้อาการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือจะใช้เถานำมาหั่นตากแห้งคั่วชงน้ำกินต่างน้ำชาเป็นยาทำให้เส้นหย่อน แก้อาการเมื่อยขบตามร่างกาย แก้อาการปวดเมื่อย แก้เหน็บชา

 

ใบเถาวัลย์เปรียง
ใบเถาวัลย์เปรียง

ดอกเถาวัลย์เปรียง
ดอกเถาวัลย์เปรียง

   

เครื่องยาเถาวัลย์เปรียง
เครื่องยาเถาวัลย์เปรียง

 

 เครื่องยาเถาวัลย์เปรียง
เครื่องยาเถาวัลย์เปรียง

 

 ผลการศึกษาวิจัยเถาวัลย์เปรียง

     กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลศึกษาวิจัยพบสารสกัดเถาวัลย์เปรียง รักษาอาการปวดหลัง และรักษาผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบจากโรคข้อเข่าเสื่อมพบมีประสิทธิภาพ และความปลอดภัยเทียบเท่ากับยาไดโคลฟีแนคซึ่งเป็นยาบรรเทาอาการปวด และนาโปรเซนซึ่งเป็นยาต้านการอักเสบ

     นายแพทย์จักรธรรม ธรรมศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่ากรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และโรงพยาบาลวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ได้ร่วมกันดำเนินการวิจัยทางคลินิกเพื่อศึกษาประสิทธิผล และผลข้างเคียงของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในการรักษาผู้ป่วย ที่มีอาการปวดหลังส่วนล่าง จำนวน 70 ราย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงแคปซูล ขนาด 200 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 7 วัน และผู้ป่วยที่ได้รับยาแผนปัจจุบันไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ขนาด 25 มิลลิกรัมวันละ 3 ครั้งเป็นเวลา 7 วัน ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มมีอาการปวดลดลงอย่างชัดเจนในวันที่ 3 และวันที่ 7 โดยกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียง มีเม็ดเลือดขาวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 7 ของการรักษาแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และไม่พบการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีรวมทั้งผลข้างเคียงใด ๆ

      ส่วนการศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยของสารสกัด

       เถาวัลย์เปรียง ในการรักษาอาการอักเสบจากข้อเข่าเสื่อมนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ร่วมดำเนินการวิจัยทางคลินิกกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมเข้าร่วมโครงการจำนวน 125 คนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาแผนปัจจุบันนาโปรเซน (Naproxen)ขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์และกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาสารสกัดเถาวัลย์เปรียงขนาด 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ ผลการศึกษาพบว่า ยาแผนปัจจุบันนาโปรเซนและสารสกัดเถาวัลย์เปรียง มีประสิทธิผล และความปลอดภัยไม่แตกต่างกัน และผู้ป่วยที่ได้รับยาทั้งสองกลุ่มมีความพึงพอใจต่อการรักษาร้อยละ 80

      ด้าน นางมาลี บรรจบ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทดสอบความปลอดภัย และประสิทธิผลในการเพิ่มภูมิคุ้มกันของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 59 ราย โดยให้อาสาสมัครรับประทานแคปซูลสารสกัดเถาวัลย์เปรียง ครั้งละ 1 แคปซูล (200 มิลลิกรัม/แคปซูล) วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เป็นเวลา 2 เดือน พบว่า อาสาสมัครทั้งหมด ไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ ระหว่างรับประทานสารสกัดเถาวัลย์เปรียง ส่วนค่าทางโลหิตวิทยา และค่าทางชีวเคมีบางค่ามีการเปลี่ยนแปลงแต่อยู่ในช่วงของค่าปกติและยังพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณของ IL-2 และ γ-IFN ในซีรั่มเพิ่มขึ้น ดังนั้นการรับประทานสารสกัดเถาวัลย์เปรียง ขนาด 400 มิลลิกรัม/วัน นาน 2 เดือนมีความปลอดภัยและมีส่วนช่วยควบคุมหรือเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

 ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของเถาวัลย์เปรียง

        1. องค์ประกอบทางเคมีที่พบในเถาและรากเถาวัลย์เปรียง ได้แก่ chandalone, etunaagarone, nalanin, lonchocarpenin, osajin, robustic acid, scandenin, scandione, scandenone, scandinone, waragalone, wighteone
      2. สารสกัดด้วยน้ำช่วยลดการหลั่ง myeloperoxidase (88 %) ของหนู (rat peritoneal leukocytes) ที่ถูกกระตุ้นด้วย calcium ionophore โดยมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบ โดยการยับยั้งการสังเคราะห์สารอิโคซานอยด์
      3. สาร genistein และสาร scandenin ช่วยลดการหลั่ง elastasemyeloperoxidase ของหนู (rat peritoneal leukocytes) โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.22 และ 0.14 ไมโครโมลาร์ ตามลำดับ
      4. สาร genistein และสาร scandenin ช่วยลดการหลั่ง elastasemyeloperoxidase ของหนู (rat peritoneal leukocytes) โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 0.22 และ 0.14 ไมโครโมลาร์ ตามลำดับ
      5. สารสกัดจากเถาของเถาวัลย์เปรียงมีสารในกลุ่มไอโซฟลาโวน (Isoflavone) และสารไอโซฟลาโวน กลัยโคไซด์ (Isoflavone glycoside) ที่มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ โดยเฉพาะอาการอักเสบตามข้อ โดยมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดหลังส่วนล่าง สามารถนำมาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันประเภทสเตียรอยด์ได้เป็นอย่างดี
      6. สารสกัดด้วยน้ำมีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบเมื่อให้สารสกัดในขนาด 100 และ 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม กับหนูขาวทางช่องท้อง โดยพบว่าสามารถช่วยลดอาการบวมของอุ้งเท้าหนูขาวหลังได้รับสารคาราจีแนน (Carrageenan-induced hindpaw edema) แต่จะไม่มีผลเมื่อให้สารสกัดนี้ทางปาก
      7. สารสกัดด้วย 50% เอทานอล-น้ำ มีฤทธิ์ในการต้านการอักเสบเมื่อให้สารสกัดในขนาด 250 และ 500 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม กับหนูขาวทางปากเมื่อศึกษาด้วยวิธี Carrageenan-induced hindpaw edema
      8. จากการศึกษาประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในการใช้รักษาอาการอักเสบจากข้อเข่าเสื่อม กับผู้ป่วยทีเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมจำนวน 125 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในขนาด 400 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยาแผนปัจจุบันนาโพรเซน (Naproxen) ในขนาด 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 4 สัปดาห์เช่นกัน ผลจากการศึกษาพบว่าสารสกัดเถาวัลย์เปรียงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเข่าได้เป็นอย่างดี ทำให้การทำงานของเข่าดีขึ้น และมีความปลอดภัยไม่ต่างจากการรักษาด้วยยาแผนปัจจุบันนาโพรเซน นอกจากนี้อาการข้างเคียงต่างๆ เช่น มีอาการหิวบ่อย แสบท้อง จุกเสียดท้อง จะพบได้น้อยกว่าในผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับสารสกัดเถาวัลย์เปรียบแคปซูลเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่รับยาแผนปัจจุบันนาโพรเซน
      9. มีรายงานว่าสารสกัดเถาวัลย์เปรียงมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด มีผลลดความดันโลหิต และลดอัตราการเต้นของหัวใจในสัตว์ทดลอง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจยังไม่ควรรับประทานจนกว่าจะมีรายงานความปลอดภัยอย่างแน่ชัด รวมไปถึงผู้ที่เป็นโรคความดันที่รับประทานยาแผนปัจจุบันอยู่ก็ไม่ควรใช้สมุนไพรชนิดนี้ เพราะอาจจะมีผลไปยับยั้งหรือเสริมฤทธิ์ของยาก็เป็นได้ นอกจากจะมีการควบคุมและดูแลอย่างใกล้ชนิดจากแพทย์เจ้าของไข้
    10. จากการทดสอบพิษเฉียบพลันของสารสกัดลำต้นเถาวัลย์เปรียงด้วยเอทานอล 50% ที่ให้โดยการฉีดเข้าใต้ผิวหนังของหนูทดลอง ในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และให้โดยให้หนูกินในขนาด 10 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (คิดเป็น 6,250 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับขนาดรักษาในคน) ตรวจไม่พบว่ามีอาการเป็นพิษ
    11. จากการศึกษาความเป็นพิษเรื้อรังของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงด้วย 50% เอทานอลกับหนูขาวพันธุ์วิสตาร์ เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยการป้อนสารสกัดในขนาด 6, 60 และ 600 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวของหนู 1 กิโลกรัมต่อวัน หรือให้สารสกัดเทียบเท่ากับผงเถาวัลย์เปรียงแห้ง 0.03, 0.3 และ 3 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนู 1 กิโลกรัมต่อวัน (คิดเป็น 100 เท่าของขนาดที่ใช้กับคนต่อวัน) พบว่าสารสกัดเถาวัลย์เปรียงไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของค่าทางโลหิตวิทยา ค่าทางจุลพยาธิของอวัยวะภายใน ค่าทางชีวเคมีของซีรั่ม และไม่พบว่ามีความผิดปกติใดๆ
    12. มีการทดสอบความปลอดภัยกับอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน 59 ราย โดยให้อาสาสมัครกินแคปซูลสารสกัดเถาวัลย์เปรียงวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น (ครั้งละ 1 แคปซูล แคปซูลละ 200 มิลลิกรัม) เป็นระยะเวลา 2 เดือน ไม่พบว่าอาสมัครมีอาการข้างเคียงแต่อย่างใด[7] และจากผลการศึกษาพบว่าสารสกัดเถาวัลย์เปรียงในขนาด 400 มิลลิกรัม/วัน พบว่ามีความปลอดภัยเมื่อรับประทานติดต่อกันนาน 2 เดือน และยังสามารถเหนี่ยวยำให้มีการหลั่งของ IL-2, IL-4 และ IL-6 ที่อาจมีส่วนในการช่วยควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
    13. จากการศึกษาประสิทธิภาพในการเพิ่มภูมิต้านทานของเถาวัลย์เปรียงในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี จำนวน 47 ราย โดยให้รับประทานสารสกัดเถาวัลย์เปรียงด้วย 50% เอทานอล ครั้งละ 1 แคปซูล (ขนาด 200 มิลลิกรัมต่อแคปซูล) วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น เป็นระยะเวลา 2 เดือน พบว่าไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ค่าทางโลหิตวิทยาและค่าทางชีวเคมีบางค่ามีการเปลี่ยนแปลงแต่อยู่ในช่วงของค่าปกติ สรุปได้สารสกัดเถาวัลย์เปรียงในขนาด 400 มิลลิกรัมต่อวัน มีความปลอดภัยเมื่อรับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 2 เดือน และอาจมีส่วนช่วยในการควบคุมหรือเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย

 

 ข้อควรระวังการใช้เถาวัลย์เปรียง

     1. สตรีมีครรภ์ห้ามรับประทาน
     2. เถามีสารที่มีฤทธิ์เช่นเดียวกับฮอร์โมนเพศหญิง ดังนั้นจึงควรระมัดระวังหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
     3. ควรระมัดระวังการใช้ในสมุนไพรชนิดนี้ในผู้ป่วยที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร เนื่องจากเถาวัลย์เปรียงมีกลไกการออกฤทธิ์เช่นเดียวกับยาแก้ปวดในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) และการรับประทานสมุนไพรชนิดนี้อาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร
     4. อาการไม่พึงประสงค์ของการใช้สารสกัดจากเถาของเถาวัลย์เปรียงที่สกัดด้วย 50% เอทิลแอลกอฮอล์ คือ มีอาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ และอุจจาระเหลว


ปรับปรุงล่าสุด : มีนาคม 2557

ที่มา :
1. วารสารเพื่อการวิจัย และพัฒนา องค์การเภสัชกรรม
2. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
3. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
4. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ วันพุธ ที่ 6 พฤศจิกายน 2556
5. ฐานข้อมูลทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม, ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
6. หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
7. มูลนิธิหมอชาวบ้าน. นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 370
8. ผู้จัดการออนไลน์


สรรพคุณสมุนไพรอื่นๆ 


ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

กษัยเส้นแคปซูล สมุนไพรเพชรนาคา
กษัยเส้นแคปซูล สมุนไพรเพชรนาคา

 
 

bookmuey จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย
คุณหนึ่ง โทรศัพท์ : 08-1414-8289
, / ID LINE : @bookmuey