จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพชรนาคา, ผลิตภัณฑ์น้ำมันฟักข้าวสกัดเข้มข้น VINAGA-DHA, สมุนไพรพัฒน์นรี ฯลฯ และเวปไซต์นี้ได้รับการรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

 Search

  

 สมุนไพรเพชรนาคา
 กระชายดำแคปซูล
 กระเทียมแคปซูล
 กวาวเครือขาวแคปซูล
 กวาวเครือแดงแคปซูล
 กษัยเส้นแคปซูล
 
แก่นตะวันแคปซูล
 
ขมิ้นชันแคปซูล
 ใบแป๊ะก๊วยแคปซูล
 ใบมะรุมแคปซูล
 ปลาไหลเผือกแคปซูล
 
ปอกะบิด (ฝัก)
 
ปอกะบิดแคปซูล
 
ชาปอกะบิด
 
พลูคาวแคปซูล
 เพชรสังฆาตแคปซูล
 มะระขี้นกแคปซูล
 รากสามสิบแคปซูล
 
รากสามสิบ (อบแห้ง)
 
รางจืดแคปซูล
 ว่านชักมดลูกแคปซูล
 
ว่านชักมดลูกเพชรเลดี้
 
สลิมมิ่งเฮิร์บแคปซูล
 
หมามุ่ยแคปซูล
 
เห็ดหลินจือแคปซูล
 
ฮว่านง็อกแคปซูล
 น้ำมันเหลืองสมุนไพร(S)
 
น้ำมันเหลืองสมุนไพร(M)
 
น้ำมันเหลืองสมุนไพร(L)
 สมุนไพรไม้หอม
 ยาหม่องไพล
 ยาหม่องผสมพญายอ

 


 ผลิตภัณฑ์ฟักข้าว
 VINAGA-DHAน้ำมันฟักข้าว


 ครีมลำไย
 ครีมลำไย


 เครื่องดื่มสมุนไพรโพธิ์ทอง
 เห็ดหลินจือผง(พรีเมี่ยม) 
 เครื่องดื่มขิงผง
 เครื่องดื่มเก๊กฮวยผง
 เครื่องดื่มดอกคำฝอยผง
 เครื่องดื่มมะตูมผง


 Facebook แฟนเพจ

เพิ่มเพื่อน

         


 ตรวจสอบสถานะสิ่งของ


 Side
 สถิติวันนี้ 232 คน
 สถิติเมื่อวาน 409 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
9090 คน
9090 คน
1314370 คน
เริ่มเมื่อ 2012-09-26

 

 ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ bookmuey (บุ๊คเหมย) เว็บไซต์ที่จำหน่าย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย (Herb)
ภายใต้ชื่อ
สมุนไพรเพชรนาคา, เห็ดหลินจือผงตราโพธิ์ทอง,  
VINAGA น้ำมันฟักข้าวสกัดเข้มข้นผสม DHA
และผลิตภัณฑ์คุณภาพอีกหลากหลาย
ซึ่งเราได้คัดสรรแต่สินค้าที่ดี มีคุณภาพ
ปลอดภัย ไม่มีสเตียรอยด์ (Steroid)
เพื่อให้ท่านได้เลือกใช้อย่างมั่นใจในคุณภาพของสินค้า สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ค่ะ


ข้อควรรู้ทั่วไปในการใช้ยาสมุนไพร


 1. กลุ่มอาการของโรคที่แนะนำให้ใช้สมุนไพร

     ปัจจุบันการใช้สมุนไพรในงานสาธารณสุขมูลฐาน ส่งเสริมและเผยแพร่การใช้สมุนไพรตัวเดียวเพื่อรักษาโรค อาการเบื้องต้นที่พบบ่อยๆ และเนื่องจากสมุนไพรหลายชนิดเป็นพืชผักที่รับประทานอยู่เป็นประจำ จึงแนะนำไว้ในการส่งเสริมสุขภาพด้วย (รวมทั้งสีผสมอาหารที่อยู่ตามธรรมชาติ) กลุ่มโรค หรืออาการเบื้องต้นที่แนะนำให้ใช้สมุนไพรมี 18 โรค ดังนี้
-  อาการท้องผูก
-  อาการท้องอึดอัด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด
-  อาการท้องเสีย (แบบไม่รุนแรง)
-  พยาธิลำไส้
-  บิด
-  อาการคลื่นไส้ อาเจียน (เหตุจากธาตุไม่ปกติ)
-  อาการไอ ขับเสมหะ
-  อาการไข้
-  อาการขัดเบา (คือปัสสาวะไม่สะดวก กะปริบกะปรอยแต่ไม่มีอาการบวม)
-  โรคกลาก
-  โรคเกลื้อน
-  อาการนอนไม่หลับ
-  ฝี แผลพุพอง (ภายนอก)
-  อาการเคล็ดขัดยอก (ภายนอก)
-  อาการแพ้ อักเสบ แมลงสัตว์กัดต่อย (ภายนอก)
-  แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก (ภายนอก)
-  เหา
-  ชันนะตุ
หากเป็นโรค หรืออาการเหล่านี้ให้ใช้สมุนไพรที่แนะนำ และหยุดใช้เมื่อหายไป แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ควรไปปรึกษาแพทย์

     ถ้าผู้ป่วยมีอาการโรคดังกล่าว แต่เป็นอาการที่รุนแรง ต้องนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรักษาด้วยการซื้อยารับประทานเองหรือใช้สมุนไพร อาการที่รุนแรงมีดังนี้

1. ไข้สูง (ตัวร้อนจัด)  ตาแดง ปวดเมื่อยมาก ซึม บางทีพูดเพ้อ (อาจเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไข้ป่าชนิดขึ้นสมอง)
2. ไข้สูงและดีซ่าน (ตัวเหลือง) อ่อนเพลียมาก อาจเจ็บในแถวชายโครง อาจเป็นโรคตับอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ ฯลฯ
3. ปวดแถวสะดือ เวลาเอามือกดเจ็บปวดมากขึ้น หน้าท้องแข็ง อาจท้องผูกและมีไข้เล็กน้อยหรือมาก (อาจเป็นโรคไส้ติ่งอักเสบอย่างแรง หรือลำไส้ส่วนอื่นอักเสบ)
4. เจ็บแปลบในท้องคล้ายมีอะไรฉีกขาด ปวดท้องรุนแรงมาก อาจมีตัวร้อนและคลื่นไส้อาเจียนด้วย บางทีมีประวัติปวดท้องบ่อยๆ มาก่อน (อาจมีการะลุของกระเพาะอาหารหรือลำไส้)
5. อาเจียนเป็นโลหิต หรือไอเป็นโลหิต (อาจเป็นโรคร้ายแรงของกระเพาะอาหารหรือปอด) ต้องให้คนไข้นอนพักนิ่งๆ ก่อน ถ้าแพทย์อยู่ใกล้ควรเชิญมาตรวจที่บ้าน ถ้าจำเป็นต้องพาไปพบแพทย์ ควรรอให้เลือดหยุดเสียก่อน และควรพาไปโดยมีการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด
6. ท้องเดินอย่างแรง  อุจจาระเป็นน้ำ บางทีมีลักษณะคล้ายน้ำซาวข้าว บางทีถ่ายพุ่ง ถ่ายติดต่อกันอย่างรวดเร็ว คนไข้อ่อนเพลียมาก ตาลึก หนังแห้ง (อาจเป็นอหิวาตกโรค) ต้องพาไปพบแพทย์โดยด่วน ถ้าไปไม่ไหวต้องแจ้งแพทย์หรืออนามัยที่ใกล้ที่สุดโดยเร็ว
7. ถ่ายอุจจาระเป็นมูกและเลือด บางทีเกือบไม่มีเนื้ออุจจาระเลย ถ่ายบ่อยมาก อาจจะตั้งสิบครั้งในหนึ่งชั่วโมง คนไข้เพลียมาก (อาจเป็นโรคบิดอย่างรุนแรง)
8. สำหรับเด็ก โดยเฉพาะอายุภายในสิบสองปี ไข้สูง ไอมาก หายใจมีเสียงผิดปกติ คล้ายๆ กับมีอะไรติดอยู่ในคอ บางทีก็มีอาการหน้าเขียวด้วย (อาจเป็นโรคคอตีบ) ต้องรีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนที่สุด
9. อาการตกเลือดเป็นเลือดสดๆ จากทางไหนก็ตาม โดยเฉพาะทางช่องคลอด ต้องพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด

 2. กลุ่มอาการ หรือ โรคที่ไม่ควรใช้สมุนไพร

     เป็นโรคร้ายแรง โรคเรื้อรัง หรือโรคที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่ารักษาด้วยสมุนไพรได้ เช่น งูพิษกัด สุนัขบ้ากัด บาดทะยัก กระดูกหัก มะเร็ง วัณโรค กามโรค ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคเรือน ดีซ่าน หลอดลมอักเสบเรื้อรัง ปอดบวม (ปอดอักเสบ) อาการบวม ไทยฟอยด์ โรคตาทุกชนิด 


3. ข้อแนะนำในการใช้สมุนไพร

1. ใช้ให้ถูก ต้น
     สมุนไพรมีชื่อพ้องหรือซ้ำกันมาก และบางท้องถิ่นก็เรียกไม่เหมือนกัน จึงต้องรู้จักสมุนไพรและใช้ให้ถูกต้น
2. ใช้ให้ถูก ส่วน
     ต้นสมุนไพรไม่ว่าจะเป็นราก ใบ ดอก เปลือก ผล เมล็ด จะมีฤทธิ์ไม่เท่ากัน บางทีผลแก่ ผลอ่อน มีฤทธิ์ต่างกันด้วย จะต้องรู้ว่าส่วนใดใช้เป็นยาได้
3. ใช้ให้ถูก ขนาด
     สมุนไพรถ้าใช้น้อยไป ก็รักษาไม่ได้ผล แต่ถ้ามากไปก็อาจเป็นอันตราย หรือเกิดพิษต่อร่างกายได้
4. ใช้ให้ถูก วิธี
     สมุนไพรบางชนิดต้องใช้สด บางชนิดต้องปนกับเหล้า บางชนิดใช้ต้ม จะต้องรู้วิธีใช้ให้ถูกต้อง
5. ใช้ให้ถูกกับ โรค
     เช่น ท้องผูก ต้องใช้ยาระบาย ถ้าใช้ยาที่มีฤทธิ์ฝาดสมานก็จะทำให้ท้องผูกยิ่งขึ้น

     นอกจากนั้น ยังต้องระมัดระวังในเรื่องความสะอาดในการเก็บยา การเตรียมยา และเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำยาจะต้องสะอาดด้วย มิฉะนั้นอาจเกิดโรคอื่นติดตามมา



ที่มา :
1. เวปไซต์โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
2. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
3. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)



bookmuey จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย
คุณหนึ่ง โทรศัพท์ : 08-1414-8289
, / ID LINE : @bookmuey