จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพชรนาคา, ผลิตภัณฑ์น้ำมันฟักข้าวสกัดเข้มข้น VINAGA-DHA, สมุนไพรพัฒน์นรี ฯลฯ และเวปไซต์นี้ได้รับการรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

 Search

  

 สมุนไพรเพชรนาคา
 กระชายดำแคปซูล
 กระเทียมแคปซูล
 กวาวเครือขาวแคปซูล
 กวาวเครือแดงแคปซูล
 กษัยเส้นแคปซูล
 
แก่นตะวันแคปซูล
 
ขมิ้นชันแคปซูล
 ใบแป๊ะก๊วยแคปซูล
 ใบมะรุมแคปซูล
 ปลาไหลเผือกแคปซูล
 
ปอกะบิด (ฝัก)
 
ปอกะบิดแคปซูล
 
ชาปอกะบิด
 
พลูคาวแคปซูล
 เพชรสังฆาตแคปซูล
 มะระขี้นกแคปซูล
 รากสามสิบแคปซูล
 
รากสามสิบ (อบแห้ง)
 
รางจืดแคปซูล
 ว่านชักมดลูกแคปซูล
 
ว่านชักมดลูกเพชรเลดี้
 
สลิมมิ่งเฮิร์บแคปซูล
 
หมามุ่ยแคปซูล
 
เห็ดหลินจือแคปซูล
 
ฮว่านง็อกแคปซูล
 น้ำมันเหลืองสมุนไพร(S)
 
น้ำมันเหลืองสมุนไพร(M)
 
น้ำมันเหลืองสมุนไพร(L)
 สมุนไพรไม้หอม
 ยาหม่องไพล
 ยาหม่องผสมพญายอ

 


 ผลิตภัณฑ์ฟักข้าว
 VINAGA-DHAน้ำมันฟักข้าว


 ครีมลำไย
 ครีมลำไย


 เครื่องดื่มสมุนไพรโพธิ์ทอง
 เห็ดหลินจือผง(พรีเมี่ยม) 
 เครื่องดื่มขิงผง
 เครื่องดื่มเก๊กฮวยผง
 เครื่องดื่มดอกคำฝอยผง
 เครื่องดื่มมะตูมผง


 Facebook แฟนเพจ

เพิ่มเพื่อน

         


 ตรวจสอบสถานะสิ่งของ


 Side
 สถิติวันนี้ 202 คน
 สถิติเมื่อวาน 409 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
9060 คน
9060 คน
1314340 คน
เริ่มเมื่อ 2012-09-26

 

 ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ bookmuey (บุ๊คเหมย) เว็บไซต์ที่จำหน่าย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย (Herb)
ภายใต้ชื่อ
สมุนไพรเพชรนาคา, เห็ดหลินจือผงตราโพธิ์ทอง,  
VINAGA น้ำมันฟักข้าวสกัดเข้มข้นผสม DHA
และผลิตภัณฑ์คุณภาพอีกหลากหลาย
ซึ่งเราได้คัดสรรแต่สินค้าที่ดี มีคุณภาพ
ปลอดภัย ไม่มีสเตียรอยด์ (Steroid)
เพื่อให้ท่านได้เลือกใช้อย่างมั่นใจในคุณภาพของสินค้า สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ค่ะ


สรรพคุณสมุนไพรแก่นตะวัน

สรรพคุณสมุนไพรแก่นตะวัน
แก่นตะวัน

 

ชื่อสมุนไพร :  แก่นตะวัน
ชื่อสามัญ (ชื่อภาษาอังกฤษ) :  Jerusalem Artichoke, sunchoke, Sunroot, Earth Apple, Topinambour
ชื่ออื่น :  ทานตะวันหัว, แห้วบัวตอง
ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Helianthus tuberosus L.
ชื่อวงศ์ :  Asteraceae
ส่วนที่ใช้ :  หัวใต้ดิน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :  
     * ต้นแก่นตะวัน หรือ พืชแก่นตะวัน จัดเป็นพืชล้มลก มีหัวสะสมอาหาร ลักษณะเป็นตะปุ่มตะป่ำ ผิวไม่เรียบ คล้ายหัวขิงอวบและหัวข่า  แต่มีหลากหลายสี เช่น สีเหลือง สีขาว สีแดง และสีม่วง แต่โดยทั่วไปแล้วเปลือกจะมีสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในมีสีขาว เนื้อกรอบคล้ายแห้วดิบ การเจริญเติบโตของแก่นตะวันจะมีอยู่ 2 ช่วง ช่วงแรกนับตั้งแต่ตอนปลูกจนถึงออกดอกครั้งแรก แก่นตะวันจะสะสมอาหารในใบและลำต้น หรือที่เรียกว่า หัวแก่นตะวัน หรือ ว่านแก่นตะวัน และช่วงที่สองหลังจากดอกแรกบานจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ใบจะหลุดล่วง อาหารสะสมที่ใบก็จะถูกส่งไปที่หัว ซึ่งหัวสามารถนำมารับประทานได้
     * ใบแก่นตะวัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ผิวใบสาก มีขนตามกิ่งและใบ แต่บางพันธุ์ขอบใบจะหยัก ต้นมีความสูงราว 1.5-2 เมตร
     * ดอกแก่นตะวัน ลักษณะเป็นทรงกลมแบน ออกดอกเป็นช่อ ดอกสีเหลือง คล้ายกับดอกทานตะวันหรือบัวตอง

 สรรพคุณแก่นตะวัน

      เนื่องจากแก่นตะวันมีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ เป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับทานตะวัน เมื่อโตเต็มที่มีความสูงประมาณ 1.5-2 เมตร สามารถปลูกและปรับตัวได้ดีในสภาพเพาะปลูกของประเทศไทย เมื่อปลูกได้ประมาณ 2 เดือน จะออกดอกสีเหลืองคล้ายดอกบัวตอง และเมื่ออายุประมาณ 120 วัน ดอกโรย ต้นเริ่มแห้งก็สามารถขุดเก็บหัวใต้ดินนำมาใช้ประโยชน์

      รศ.ดร.สนั่น จอกลอย อาจารย์จากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำพันธุ์แก่นตะวันจากต่างประเทศมาทดลองปลูก และศึกษาวิจัย และได้มีการตั้งชื่อภาษาไทยขึ้นมา เนื่องจากมีถิ่นกำเนิดในเขตหนาว แต่สามารถปลูกในแถบร้อนได้ดี มีความสามารถปรับตัวในสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันมาก มีความแข็งแกร่ง ทนทาน จึงให้ชื่อนำหน้าพืชนี้ว่า "แก่น" และเนื่องจากเป็นพืชที่ใกล้ชิดกับทานตะวัน จึงตั้งชื่อพืชชนิดใหม่นี้ว่า
"แก่นตะวัน"

      ในหัวของแก่นตะวัน มีสารสำคัญคือ อินนูลิน (Inulin) เป็นน้ำตาลเชิงซ้อน คือมีโมเลกุลของน้ำตาลต่อกันเป็นห่วงโซ่มากกว่า 10 โมเลกุล ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มันกลายเป็นอาหารที่มีสารเส้นใยสูง แถมในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กของเราไม่มีเอมไซม์ย่อยน้ำตาลในอินนูลินออกมาใช้ จึงเท่ากับว่าแก่นตะวันจะเดินทางผ่านกระเพาะ และลำไส้เล็กของเราไปเฉยๆ แก่นตะวันจึงแทบจะไม่มีแคลอรีแต่อย่างใด แก่นตะวันจึงเหลือไปถึงลำไส้ใหญ่ แล้วกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียที่นั่น ซึ่งแบคทีเรียในลำไส้ของเรามี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีประโยชน์ เช่น บิฟิโดแบคทีเรีย แลคโตบาซิลไล และกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่น อีโคไล ซูโคโมแนส คลอสตริเดียม เป็นต้น อินนูลิน จะเป็นอาหารเฉพาะของแบคทีเรียกลุ่มที่มีประโยชน์เท่านั้น

      ออราฟติ รายงานในปี 2005 ว่าคนที่กินอินนูลินเป็นประจำ ในลำไส้ใหญ่จะมีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์เพิ่มมากขึ้น มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายลดลง ทั้งนี้เพราะอินนูลินส่วนหนึ่งจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลเชิงซ้อน โมเลกุลที่เล็กลงเรียกว่าฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ หรือ FOS ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของพรีไบโอติก น้ำตาล FOS นี้ ร่างกายของเราก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี มันจึงกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียที่มีประโยชน์แท้ๆ

      เมื่อแก่นตะวันเดินทางไปถึงลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียอย่างบิฟิโดแบคทีเรียก็จะได้อาหารมากกว่าเดิม แล้วแบ่งตัวเพิ่มมากขึ้น แย่งพื้นที่ของแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้แบคทีเรียซึ่งทำให้เกิดแก๊สกลิ่นเหม็นลดลง แบคทีเรียที่กินซากเนื้อสัตว์ แล้วสร้างสารก่อมะเร็งของลำไส้ใหญ่อย่างอีโคไล ฯลฯ ก็ลดจำนวนลง ดังนั้นแก่นตะวันจึงทำให้สุขภาพของลำไส้ใหญ่ดีขึ้น ผลคือ อุจจจาระมีกากมากขึ้น ทำให้ถ่ายสะดวก แก้อาการท้องผูก ทำให้กลิ่นเหม็นของอุจจาระไม่มี

     เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยแก่นตะวันไปใช้ได้ แก่นตะวันจึงเป็นสารเส้นใยอย่างเดียว ไม่ให้แคลลอรี่ กินแล้วไม่อ้วน สารเส้นใยทำให้อยู่ท้อง กินได้น้อยลง จึงช่วยลดน้ำหนักตัวได้ มีงานวิจัยในหนูพบว่า หากให้หนูกินอาหารผสมอินนูลินนาน 3 สัปดาห์ น้ำหนักตัวจะน้อยกว่าหนูปกติถึง 30%

      มีงานวิจัยของคอเช ในปี 2000 พบว่าคนที่มีระดับคอเลสเตอรอล และไตรกรีเซอร์ไรด์สูง หากกินอินนูลินเป็นประจำ จะทำให้ไขมันในเลือดลดลง

      ในปี 1983 ฮาตะรายงานว่าคนที่กินอินนูลิน จะมีโอกาสเป็นเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาลสูงถึง 40% แสดงว่า หากกินแก่นตะวันเป็นประจำ จะช่วยป้องกันเบาหวานได้


สรรพคุณสมุนไพรแก่นตะวัน

 

       1. ชาวอินเดียนแดงปลูกต้นแก่นตะวันไว้รับประทานหัว โดยมีสรรพคุณช่วยทำให้เจริญอาหาร
       2. แก่นตะวันช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดการติดเชื้อ เพราะสารอินนูลินจะช่วยลดปริมาณของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหาร อย่างเชื้ออี.โคไล (E.Coli) และโคลิฟอร์ม (Coliforms) และในขณะเดียวกันยังไปช่วยเพิ่มการทำงานของแบคทีเรียกลุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายให้เจริญเติบโตดีขึ้นอีกด้วย เช่น บิฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) และแลคโตบาซิลัส (Lactobacillus)
       3. แก่นตะวันช่วยป้องกันอาการภูมิแพ้ การแพ้อาหาร โดยเฉพาะในเด็ก
       4. แก่นตะวันลดความอ้วน ช่วยลดน้ำหนัก และความอ้วน ภายในหัวจะมีน้ำประมาณ 80% และมีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 18% ซึ่งคาร์โบไฮเดรตส่วนใหญ่จะเป็นอินนูลิน (Inulin) ซึ่งอินนูลินเป็นสารเยื่อใยอาหารที่ให้ความหวานได้ แต่จะไม่ถูกย่อยในกระเพาะ และลำไส้เล็ก จึงสามารถอยู่ในระบบทางเดินอาหารได้นาน จึงช่วยทำให้ไม่รู้สึกหิว ทำให้รับประทานอาหารได้น้อย สามารถช่วยควบคุมพลังงานที่ได้รับต่อวันได้เป็นอย่างดี จึงช่วยลดความอ้วน และป้องกันโรคเบาหวานไปด้วยในตัว ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าหนูที่ได้รับสารนี้เป็นเวลา 3 สัปดาห์ น้ำหนักตัวของมันจะลดลงมากกว่าหนูปกติถึง 30% โดยดร.ครรชิต จุดประสงค์ นักวิชาการประจำสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังระบุด้วยว่าแก่นตะวันสามารถช่วยลดความอ้วนได้ดีกว่าพืชลดความอ้วนชนิดอื่นๆ ที่คนไทยรู้จักกันดีเมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน อย่างเช่น หญ้าหมาน้อย หัวบุก และเม็ดแมงลัก เป็นต้น
       5. ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากแก่นตะวันมีสารประกอบเชิงซ้อนกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานต่ำกว่าคาร์โบไฮเดรตทั่วไป มีลักษณะคล้ายแป้ง แต่มีคุณสมบัติในการรักษาสมดุล
ของสารอาหารที่รับประทาน โดยสามารถรับประทานได้มากขึ้น แต่ยังช่วยคงระดับพลังงานให้คงที่ได้ ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ซึ่งไม่เหมือนกับแป้งทั่วไปที่ร่างกายย่อยสลายแล้วถูกดูดซึมเข้าไปสะสมเป็นไขมันแล้วทำให้อ้วน จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังประสบปัญหาภาวะน้ำหนักเกิน


ดอกแก่นตะวัน
ดอกแก่นตะวัน

หัวแก่นตะวัน
หัวแก่นตะวัน

       6. ช่วยป้องกันไขมันในเลือดสูง เพราะเส้นใยของแก่นตะวันจะช่วยดูดซับน้ำมัน และน้ำตาลที่เรารับประทานเกินไว้ ไม่ว่าจะเป็นคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ หรือไขมันเลว ที่เรารับประทานเข้าไปทิ้งออกทางอุจจาระ และยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไดร์สูง หากได้รับอินนูลินเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ไขมันในเส้นเลือดลดลงได้
       7. ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเส้นใยของแก่นตะวันเป็นตัวช่วยดูดซับไขมันที่เป็นโทษต่อร่างกาย และเป็นสาเหตุของการเกิดโรคดังกล่าวทิ้งออกทางอุจจาระ
       8. แก่นตะวันช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และป้องกันโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแก่นตะวันมีแคลอรี่ต่ำ ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด แม้จะรับประทานในปริมาณมาก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หากรับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นประจำจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ โดยมีงานวิจัยที่ระบุว่าผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานน้อยกว่าคนที่กินน้ำตาลมากถึง 40%
       9. แก่นตะวันช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยในการทำงานของลำไส้ให้เป็นปกติ และช่วยบำรุงสุขภาพของลำไส้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี เพราะผู้ที่ได้รับสารอินนูลินเป็นประจำ จะทำให้ลำไส้ใหญ่จะแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มมากขึ้น และมีปริมาณของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรือแบคทีเรียที่เป็นตัวก่อโรคให้ที่ลดลง ทำให้แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดแก๊สกลิ่นเหม็นในร่างกายลดลง หรือแบคทีเรียที่กินซากเนื้อสัตว์ตัวสร้างสารก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่อย่างอีโคไลก็ลดน้อยลงด้วยเช่นกัน
     10. แก่นตะวันช่วยกระตุ้นการดูดซึมของแร่ธาตุหลายชนิด ช่วยปรับสภาพของลำไส้ให้เหมาะสมต่อการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด ที่ไม่สามารถดูดซึมได้ในลำไส้เล็ก และช่วยให้ลำไส้ใหญ่สามารถดูดซึมแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายได้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการช่วยดูดซึมธาตุแคลเซียมได้มากถึงร้อยละ 20% รวมไปถึงธาตุเหล็ก
     11. แก่นตะวันช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย ช่วยในขับถ่าย ช่วยทำความสะอาดลำไส้ ช่วยเก็บกวาดของเสียในระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี แก้อาการท้องผูกได้ เนื่องจากทำให้อุจจาระมีกากใยมากขึ้น และยังช่วยลดกลิ่นเหม็นของอุจจาระได้อีกด้วย
     12. สมุนไพรแก่นตะวัน สรรพคุณช่วยลดอาการจุกเสียดแน่นท้อง แก้อาการท้องเสีย
     13. สรรพคุณแก่นตะวัน ช่วยกระตุ้นการหลั่งของน้ำดี
     14. แก่นตะวัน สรรพคุณช่วยในการขับปัสสาวะ
     15. ช่วยป้องกันสารพิษอย่างโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว
     16. แก่นตะวันช่วยแก้ปัญหาโรคข้อ และข้อรูมาติกส์
     17. แก่นตะวันช่วยยืดระยะเวลาของอาการหมดประจำเดือน ทำให้ผู้หญิงไม่แก่เร็ว
     18. แก่นตะวัน
สามารถควบคุมระดับความเครียดได้
     19. แก่นตะวันช่วยลดปัญหาสิวเสี้ยน
     20. แก่นตะวันลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้
     21. แก่นตะวันช่วยลดความเสี่ยงความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และหลอดเลือด

 ข้อควรระวังการใช้แก่นตะวัน

      เนื่องจากแก่นตะวันมีคุณสมบัติของเส้นใยอาหารสูง การรับประทานสารสกัดในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น มีอาการไม่สบายท้อง จุกเสียดแน่นท้อง ท้องเสีย ท้องอืดท้องเฟ้อ หรือมีอาการคลื่นไส้ เป็นต้น ซึ่งอาการดังกล่าวจะพบได้น้อย และไม่มีผลกระทบต่อผู้รับประทานมากนัก หากคุณรับประทานสารสกัดดังกล่าวในปริมาณที่เหมาะสม หรือเลือกรับประทานในรูปของแก่นตะวันสดในรูปของอาหาร แถมยังช่วยคงคุณค่าของสารอาหารและเส้นใยไว้อย่างครบถ้วนอีกด้วย ดังนั้นการเลือกรับประทานแบบสดๆ จึงมีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด


ปรับปรุงล่าสุด : มีนาคม 2557

ที่มา :
1. จาก นิตยสารธรรมลีลา ฉบับที่ 132 พฤศจิกายน - ธันวาคม 2554 โดย กองบรรณาธิการ
2. บทความหนังสือขวัญเรือน ฉบับ 849 เดือน 01 มี.ค. 50 โดย พย. ลลิตา ธีระสิริ
3. สรุปการบรรยาย รศ.ดร.เยาวมาลย์ ค้าเจริญ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
4. สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900
5. สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาด้านพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


สรรพคุณสมุนไพรอื่นๆ  


ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

แก่นตะวันแคปซูล สมุนไพรเพชรนาคา
แก่นตะวันแคปซูล สมุนไพรเพชรนาคา


แก่นตะวันบดผง

 
 

bookmuey จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย
คุณหนึ่ง โทรศัพท์ : 08-1414-8289
, / ID LINE : @bookmuey