จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพชรนาคา, ผลิตภัณฑ์น้ำมันฟักข้าวสกัดเข้มข้น VINAGA-DHA, สมุนไพรพัฒน์นรี ฯลฯ และเวปไซต์นี้ได้รับการรับรองการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์

 Search

  

 สมุนไพรเพชรนาคา
 กระชายดำแคปซูล
 กระเทียมแคปซูล
 กวาวเครือขาวแคปซูล
 กวาวเครือแดงแคปซูล
 กษัยเส้นแคปซูล
 
แก่นตะวันแคปซูล
 
ขมิ้นชันแคปซูล
 ใบแป๊ะก๊วยแคปซูล
 ใบมะรุมแคปซูล
 ปลาไหลเผือกแคปซูล
 
ปอกะบิด (ฝัก)
 
ปอกะบิดแคปซูล
 
ชาปอกะบิด
 
พลูคาวแคปซูล
 เพชรสังฆาตแคปซูล
 มะระขี้นกแคปซูล
 รากสามสิบแคปซูล
 
รากสามสิบ (อบแห้ง)
 
รางจืดแคปซูล
 ว่านชักมดลูกแคปซูล
 
ว่านชักมดลูกเพชรเลดี้
 
สลิมมิ่งเฮิร์บแคปซูล
 
หมามุ่ยแคปซูล
 
เห็ดหลินจือแคปซูล
 
ฮว่านง็อกแคปซูล
 น้ำมันเหลืองสมุนไพร(S)
 
น้ำมันเหลืองสมุนไพร(M)
 
น้ำมันเหลืองสมุนไพร(L)
 สมุนไพรไม้หอม
 ยาหม่องไพล
 ยาหม่องผสมพญายอ

 


 ผลิตภัณฑ์ฟักข้าว
 VINAGA-DHAน้ำมันฟักข้าว


 ครีมลำไย
 ครีมลำไย


 เครื่องดื่มสมุนไพรโพธิ์ทอง
 เห็ดหลินจือผง(พรีเมี่ยม) 
 เครื่องดื่มขิงผง
 เครื่องดื่มเก๊กฮวยผง
 เครื่องดื่มดอกคำฝอยผง
 เครื่องดื่มมะตูมผง


 Facebook แฟนเพจ

เพิ่มเพื่อน

         


 ตรวจสอบสถานะสิ่งของ


 Side
 สถิติวันนี้ 228 คน
 สถิติเมื่อวาน 409 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
9086 คน
9086 คน
1314366 คน
เริ่มเมื่อ 2012-09-26

 

 ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ bookmuey (บุ๊คเหมย) เว็บไซต์ที่จำหน่าย ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย (Herb)
ภายใต้ชื่อ
สมุนไพรเพชรนาคา, เห็ดหลินจือผงตราโพธิ์ทอง,  
VINAGA น้ำมันฟักข้าวสกัดเข้มข้นผสม DHA
และผลิตภัณฑ์คุณภาพอีกหลากหลาย
ซึ่งเราได้คัดสรรแต่สินค้าที่ดี มีคุณภาพ
ปลอดภัย ไม่มีสเตียรอยด์ (Steroid)
เพื่อให้ท่านได้เลือกใช้อย่างมั่นใจในคุณภาพของสินค้า สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ค่ะ


เคร็ดวิธีดูแลผู้สูงอายุสุขภาพดี


     ใครมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย จะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายยิ่งวิกฤตเศรษฐกิจปีนี้รุนแรงกว่าครั้งใด ๆ การป้องกันดูจะเป็นยาขนานเอกที่ได้ผลเกินคลาด วันนี้เรามีวิธีดูแสุขภาพผู้สูงอายุมาฝาก

     1. เลือกอาหาร โดยวัยนี้ร่างกายมีการใช้พลังงานน้อยลงจากกิจกรรมที่ลดลง จึงควรลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน ให้เน้นอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา และเพิ่มแร่ธาตุที่ผู้สูงอายุมักขาด ได้แก่ แคลเซียม สังกะสี และเหล็ก ซึ่งมีอยู่ในนมถั่วเหลือง ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ และควรกินอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง อบ แทนประเภทผัด ๆ ทอด ๆ จะช่วยลดปริมาณไขมันในอาหารได้ นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด เค็มจัด และดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน

      2. ออกกำลังกาย
หากไม่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ออกกำลังกายแบบแอโรบิคสัก 30 นาทีต่อครั้ง ทำให้ได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง จะเกิดประโยชน์ต่อหัวใจและหลอดเลือดอย่างมาก โดยขั้นตอนการออกกำลังกายจะต้องค่อย ๆ เริ่ม มีการยืดเส้นยืดสายก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มความหนักขึ้น จนถึงระดับที่ต้องการ ทำอย่างต่อเนื่องจนถึงระยะเวลาที่ต้องการ จากนั้นค่อย ๆ ลดลงช้า ๆ และค่อย ๆ หยุดเพื่อให้ร่างกายและหัวใจได้ปรับตัว

     3. สัมผัสอากาศที่บริสุทธิ์
จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคได้ อาจเป็นสวนสาธารณะใกล้ ๆ สถานที่ท่องเที่ยว หรือการปรับภูมิทัศน์ภายในบ้านให้ปลอดโปร่ง สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก มีการปลูกต้นไม้ จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้เหมาะสม เพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค และสามารถช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ หรือหอบหืดได้

     4. หลีกเลี่ยงอบายมุข
ได้แก่ บุหรี่และสุรา จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหรือลดความรุนแรงของโรคได้ ทั้งลดค่าใช้จ่ายในการรักษา และยังช่วยป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ อาชญากรรมต่าง ๆ อันเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมในขณะนี้

     5. ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและโรคที่เป็นอยู่ส่งเสริมสุขภาพให้กล้ามเนื้อมีความแข็งแรง ปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุหรือการหกล้ม

     6. ควบคุมน้ำหนักตัวหรือลดความอ้วน
โดยควบคุมอาหารและออกกำลังกายจะช่วยทำให้เกิดความคล่องตัว ลดปัญหาการหกล้ม และความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ เช่น โรคข้อเข่าเสื่อม และโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

     วิธีประเมินว่าน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์อ้วนหรือไม่ โดยคำนวณจากดัชนีมวลกายหรือเรียกสั้น ๆ ว่า "BMI (bodymass index)" ถ้าน้ำหนักตัวเกิน ค่า BMI จะอยู่ระหว่าง 23-24.9 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) แต่ถ้าอ้วนละก็ค่า BMI จะตั้งแต่ 25 กิโลกรัม/เมตร (ยกกำลัง 2) ขึ้นไป

สูตรดัชนีมวลกาย (BMI) = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ส่วนสูง (เมตรยกกำลัง 2)

ตัวอย่าง
ผู้สูงอายุ หนัก 67 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร

ดัชนีมวลกาย (BMI) = 67 (1.6 ยกกำลัง 2)

= 26.17 ถือว่าเข้าข่ายอ้วน

     7. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เช่น การซื้อยากินเอง การใช้ยาเดิมที่เก็บไว้มาใช้รักษาอาการที่เกิดใหม่ หรือรับยาจากผู้อื่นมาใช้ เนื่องจากวัยนี้ประสิทธิภาพการทำงานของตับและไตในการกำจัดยาลดลง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดพิษจากยาหรือผลข้างเคียงอาจมีแนวโน้มรุนแรง และเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาจะดีที่สุด

    
8. หมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น คลำได้ก้อน โดยเฉพาะก้อนโตเร็ว แผลเรื้อรัง มีปัญหาการกลืนอาหาร กลืนติด กลืนลำบาก ท้องอืดเรื้อรัง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ไอเรื้อรัง ไข้เรื้อรัง เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอกหรือถ่ายอุจจาระผิดปกติ มีอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องผูกสลับท้องเสีย ถ้าอย่างนี้ละก็พามาพบแพทย์ดีที่สุด

    
9. ตรวจสุขภาพประจำปี แนะนำให้ตรวจสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี หรืออย่างน้อยทุก 3 ปี โดยแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็ง เช่น โรคเบาหวาน โรความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ตรวจหาโรคมะเร็งที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และยังมีตรวจการมองเห็น การได้ยิน ตลอดจนประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย

     นอกจากการดูแลสุขภาพกายแล้วสุขภาพใจก็เป็นสิ่งสำคัญ การทำจิตใจให้แจ่มใส มองโลกในแง่ดี ไม่เครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ มากจนเกินไป รวมถึงการเข้าใจและยอมรับตนเองของท่านและผู้อื่น จะช่วยให้เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดีอย่างแท้จริง

 

ที่มา : health.kapook.com

bookmuey จำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย
คุณหนึ่ง โทรศัพท์ : 08-1414-8289
, / ID LINE : @bookmuey